. . มองโลก . .
posted on 03 Sep 2010 12:03 by jazzorangejuice
แสงแดดอ่อนทอกระทบผิวโลก
เป็นประกายสีฟ้าขาว
ลึกลงไปฉันเห็นต้นไม้และลุ่มน้ำ
ผ่านสภาวะเรือนกระจก
ซึ่งชีวิตของคนละโมบ
อาศัยอยู่ใต้บรรยากาศนั้น
รุ่งอรุณแห่งการระรานของเยาวชน
ปรากฏพร้อมกับความโศกเศร้า
ของผู้กำเนิดชีวิต
ฉันเห็นความเดียงสา
ใช้ประสบการณ์อันโชกโชน
จากอดีตบรรพชนผู้ลุ่มหลงความรุนแรง
รุกรานศัตรู ที่มองไม่เห็น
ด้วยการทำร้ายเพื่อน ต่างสถาบันของเขา
บนความภาคภูมิอันหวาดระแวง
ผู้ทำร้ายคนอื่น
วันหนึ่ง
ก็ต้องถูกผู้อื่นทำร้าย
เมื่อเธอใช้ใบหม่อนเลี้ยงตัวไหม
ตัวไหมก็จะเลี้ยงเธอจากใบหม่อน
โลกความจริงเป็นเช่นนี้
การกระจายของดวงดาว
ในสภาวะไร้ขอบเขต
ยังคงมีดุลยภาพ
แม้ดุลยภาพนั้นจะไม่ยั่งยืน
แต่มันก็ทำให้เราเรียนรู้ว่า
ความไม่ยั่งยืนคือชะตากรรมของมนุษย์
กาลเวลาไม่มีขา
แต่มันก็เดินทางไปเรื่อยๆ
คอยเป็นยมทูตพรากชีวิตผู้คน
คนแล้ว . . คนเล่า . .
ดูเหมือนฉันกำลังจากโลก
ด้วยบางสิ่งบางอย่าง
อาจเป็นจิตวิญญาณ
แรงปรารถนา
ความฝัน
บทกวี
หรืออะไรก็ตามแต่
ที่ทำให้ฉันมองโลก
ในสายตาของคนเพ้อคลั่ง
ผู้พยายามหลีกหนีความเป็นจริงของชีวิต
ขณะที่นักปรัชญาฝึกหัดเอง
ก็ยังไม่แน่ใจว่า
ความจริงของชีวิต
คืออะไร ?